วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เกิดอะไรขึ้นที่การบินไทย ?

โดย สังศิต พิริยะรังสรรค์

ในรอบเดือนมกราคมที่ผ่านมา ข่าวที่ช็อกความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศมากที่สุดชิ้นหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่องการขาดสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทการบินไทย ที่ล่าสุด นายพิชัย ชุณหวชิร บอร์ดการบินไทยในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเชิงรุก ได้เปิดเผยตัวเลขและแผนการฟื้นฟูกิจการว่าการบินไทยขาดสภาพคล่องเพียง 1.5 หมื่นล้านบาท ไม่มากถึง 7 หมื่นล้านบาท และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเร่งรัดการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการโดยการพึ่งตนเอง หลังจากที่ถูก นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ปฏิเสธแนวทางแก้ไขปัญหา ที่จะให้กระทรวงการคลังไปค้ำประกันเงินกู้ก้อนใหม่กับสถาบันการเงิน

ผลที่ติดตามมาก็คือ “คณะทำงานฟื้นฟูธุรกิจการบินและพัฒนาระบบการขนส่งทางอากาศ” ที่มีนายศรีสุข จันทรางศุ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน หันไปหาแนวคิดที่จะแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเพื่อลดภาระการกู้เงิน เพื่อนำเงินสดเข้าแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง เป็นเงินทุนหมุนเวียน พร้อมกับระดมผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ตลอดจนอดีตผู้บริหารการบินไทยเข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วย รวมทั้งยังได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาช่วยดำเนินการอีกสองบริษัท คือ 1. บริษัท LEK Consult ซึ่งเคยแก้ไขปัญหาธุรกิจการบินและบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ , นอร์ธเวสต์ แอร์ไลน์ , ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ โดยจะทำหน้าที่จัดทำแผนธุรกิจโครงสร้าง และการบริหารจัดการทั้งระบบ และ 2. บริษัท Advantgarde เป็นที่ปรึกษาดูแลแผนการเงิน

แผนงานที่อยู่ในระหว่างการเร่งจัดการ มีทั้งการแยกหน่วยธุรกิจออกไป เช่น ครัวการบิน คาร์โก การบริหารภาคพื้นดิน การซ่อมบำรุง การปรับปรุงระบบการจองตั๋ว /เอเยนต์ การปรับลดเส้นทางการบิน ตลอดจนการลดสิทธิประโยชน์ของบอร์ดและพนักงานการบินไทย ฯลฯ

หากเป็นสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าคงจะกลายเป็นประเด็นข้อขัดแย้งระหว่างคุณพิชัยกับใครบางคนหรือบางกลุ่มในการบินไทยเป็นแน่ ในถ้อยแถลงของคุณพิชัยที่ว่า “...ขณะนี้ทุกฝ่ายหันหน้ามาช่วยกันแก้ปัญหาและพยายามให้ข้อเสนอที่จะเสียสละร่วมกัน เพื่อให้องค์กรอยู่ได้จากที่เคยหันหลังให้กัน...” ยิ่งเป็นการยืนยันเรื่องประสิทธิภาพ ความร่วมมือกัน ก็ต้องรอให้เกิดเป็นปัญหาถึงขั้นขาดสภาพคล่องทางการเงินเป็นหมื่นล้าน แสนล้านเสียก่อน

ปัญหาที่เกิดขึ้นข้างต้น สะท้อนให้เห็นอะไรในการบินไทย ? ความอ่อนแอของการบินไทยเกิดขึ้น เพราะขีดความสามารถที่อ่อนด้อยในการแข่งขันกับสากลและโลกาภิวัฒน์ หรือเป็นเพราะการแทรกแซงจาก “กลุ่มธุรกิจการเมือง” ที่ขย่มการบินไทยมาตลอด แม้จะเป็นกิจการในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นกิจการรัฐวิสาหกิจต้นแบบของกระทรวงการคลัง ก็ไม่อาจจะหลุดรอดจากเงื้อมมือของบรรดา “กลุ่มธุรกิจการเมืองหรือระบบทุนนิยมพวกพ้อง” ที่ว่านี้ไปได้ หรือว่าปัญหาของการบินไทยเกิดขึ้นจากทั้งสองแรงบวกเข้าด้วยกัน ?

ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ – ธุรกิจสายการบิน เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง เป็นธุรกิจระหว่างประเทศที่มีปัจจัยต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการที่ไม่อาจกำหนดได้ เพราะธุรกิจนี้เป็นเรื่องของระดับโลก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกสายการบินจะต้องแย่ลงไปหมด เพราะเป็นกิจการระดับนานาชาติ ตรงกันข้ามหลายสายการบินนับวันกลับโตขึ้นๆ เช่น สิงคโปร์ แอร์ไลน์ คู่แข่งที่เคยตีคู่กับการบินไทยมา เพราะฉะนั้นความเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและเป็นกิจการนานาชาติ จึงไม่ใช่เงื่อนไขเสมอไปที่จะนำไปสู่ปัญหาเช่นที่การบินไทยประสบอยู่ในขณะนี้

เมื่อกลับไปอ่านแผนฟื้นฟูกิจการเชิงรุก ที่คุณพิชัย เป็นประธานคณะทำงานอยู่ก็จะพบว่า เป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารภายในองค์กรเป็นเรื่องหลัก ไม่ว่าจะเป็นการแยกหน่วยธุรกิจ การปรับปรุงระบบการจองตั๋ว /เอเย่นต์ การพิจารณาปรับลดเส้นทางการบิน ตลอดจนความร่วมมือในการลดสิทธิประโยชน์ของบอร์ด และพนักงานการบินไทย ประเด็นก็คือว่า สิ่งเหล่านี้ทำไมในยามปกติจึงไม่อาจกระทำได้เลย หากประเด็นเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ทำไมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงขององค์กร จึงไม่เข้มงวดกวดขันการบริหารกิจการให้เป็นไปตามครรลอง?

มีบางประเด็นที่สื่อมวลชนตั้งเป็นข้อสังเกตถึงที่มาของปัญหา คือ การซื้อเครื่องบิน การซื้อน้ำมันล่วงหน้าในราคาสูง เนื่องจากเกิดความตระหนักในภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงกลางปี 2551 หรือแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายในบางเรื่องของลูกเรือ ฯลฯ รายงานข่าวของสื่อมวลชนบางสำนักให้น้ำหนักไปยังประเด็นทางการเมืองเจือปนไปกับปัญหาทางการเงินคราวนี้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง หรือการบริหารองค์กรก็ตาม มันเป็นเรื่องที่พึงระวังได้ กำกับได้ แก้ไขปรับปรุงได้ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่การคิดที่แข่งขันกับคนอื่นรอบข้างในธุรกิจเดียวกันได้ เหตุเกิดที่การบินไทย หากจะแก้ไขได้อย่างมีพลัง คนการบินไทยทุกระดับจะต้องใส่ใจในหลักธรรมาภิบาล ต้องรีบจัดการตัวเอง

ไม่เช่นนั้นแล้ว ปัญหาในลำดับต่อไปที่การบินไทยจะต้องประสบก็คือ การตรวจสอบและการสร้างเงื่อนไขธรรมาภิบาลจากภาคพลเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เผยแพร่ครั้งแรก โพสต์ทูเดย์ , 12 ก.พ. 52

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น